สถานะ ดองยาว
posted on 10 Oct 2010 20:17 by yorumina(D.gray-man short fic) Last Day (TykixRavi)
posted on 29 Jul 2010 20:17 by yorumina in Fictionไหนๆ ก็สมัครบล็อกแล้วเนอะ
ไม่เอาอะไรมาลงก็... ว่างๆ แปลกๆ
เอาฟิคเก่าที่เขียนจบภายใน1ชม.(ระหว่างเรียนปีที่แล้ว)เอาแล้วกัน
(รู้สึกอายยังไงก็ไม่รู้ >//<)
ฟิคเน่าๆ ฝากด้วยแล้วกันค่ะ
(โปรดเตรียมยาแก้คลื่นไส้ วิงเวียน ยาดม และอื่นๆด้วยค่ะ^^;;)
Last Day
หากว่าพรุ่งนี้ผมจะหมดลมหายใจไป จะมีใครมาคิดถึงไหมนะ...
...เดิน เข้าไปในถ้ำเล็กๆ มืดๆ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาเรื่อยๆ สายตาก็สอดส่องหาที่ว่างที่จะเป็นที่พักพิงได้ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
ใช่... ผมกำลังจะตาย
. . .
“รา วี่ ทำไมช่วงนี้หน้าซีดๆละครับ” อเลนเคยถามผมไว้เมื่อไม่นานมานี้ ดวงตาสีเทาดูไร้เดียงสามองมาทางผม แม้ไม่มีพิษภัย แต่ก็ทำเอาผมสะดุ้งได้ ก่อนจะต้องหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยแววตาที่พยายามให้นิ่งสงบ
“เหรอ
แต่ฉันก็ไม่เป็นไรนี่
นายคิดไปเองมากกว่าล่ะมั้ง”ผมโกหกหน้าตายแล้วรีบเบี่ยงความสนใจของเขาไปทาง
อื่น ไม่ให้พูดถึงเรื่องนี้อีก ซึ่งดูเหมือนจะได้ผล
เพราะเขาก็ไม่ได้มีท่าทีติดใจสงสัยอะไร ทำให้ผมโล่งใจมากๆ
เพราะรู้ดี ว่าถึงแม้อาการของโรคร้ายในตัวจะไม่ค่อยแสดงออกมาให้ใครเห็น แต่ผมกลับรู้ดีว่า อีกไม่นาน ลมหายใจของตนจะหมดไป
...ไม่
จำเป็นต้องบอกใครทั้งนั้น เพราะจะไม่มีใครรู้ และถึงจะรู้
แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะมันคือโรคร้าย ที่รักษายังไงก็ไม่มีทางหาย
เพราะฉะนั้น เก็บความลับเรื่องนี้ไว้กับตัวดีกว่า
จะได้ไม่มีใครต้องมากังวลกับเรื่องบ้าๆ และไร้สาระแบบนี้อีก...
...ผมทำถูกแล้วใช่มั้ย...
. . .
“ฮะๆๆ”หัวเราะให้กับชีวิตของตนอีกสักเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลง ข่มความปวดร้าวภายในร่างกาย อยากจะหลับ แต่กลับทำไม่ได้ ทำไมกันนะ... หรือว่า ผมกำลังรอให้ใครบางคนมาหา... ไม่หรอกมั้ง คงไม่มีใครสังเกตหรอกว่าผมหายไป...
ก็ขนาดหมอนั่น ทั้งๆที่สนิทกันขนาดนั้น ยังไม่รู้ตัวเลย
เอ๊ะ หรือว่า...เพราะตอนนั้นทะเลาะกัน ก็เลยเกลียดผมแล้วกันแน่นะ...
ไม่ได้ๆ! ราวี่! จะคิดถึงไอ้หมาป่านั่นไม่ได้ ไม่อย่างนั้น นายก็จะกลัวความตายอีกล่ะสิ ...แล้วที่พยายามมาทั้งหมดนั้นเพื่ออะไรกันล่ะ
“ต่ายน้อย มาทำอะไรที่นี่”เสียงเข้มที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับเจ้าของเสียงที่ก้าวเข้ามาในถ้ำ เว้ย! เวลาแบบนี้ล่ะมาหาได้เชียวนะ ทีตอนพยายามอธิบายเหตุผลให้นายฟังกลับไม่เคยคิดจะสนใจกันเลยสักนิด นายนี่มันช่าง... ฮึ้ย!
“ลุก
ขึ้นมาคุยกับฉันหน่อยสิ อ๊ะ ทำไมตัวเย็นแบบนี้ล่ะ”ทิกี้พูดทันทีที่แตะตัวผม
ก่อนจะประคองร่างปวกเปียกนี้ขึ้นมานอนบนตัก อืม แบบนี้ก็สบายดีแฮะ
งั้นไม่โกรธแล้วล่ะ อยู่ท่านี้ไปก่อนนะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว หาว~
“รา
วี่ โกรธฉันเหรอ” อ้าว ก็เพิ่งคิดไปเมื่อกี๊ว่าไม่โกรธๆ ยังจะมาถามหาอะไร
ฉันจะนอนเว้ย ไอ้บ้า อยู่นิ่งๆแล้วก็เลิกพูดซะทีเถอะ มันหนวกหู!
โธ่
เว้ย รีบๆจบเรื่องนี้ซะทีสิฟะ ฉันก็อึดอัดเหมือนกันนะ
ที่ต้องมานั่งฟังนายพูดดีๆแบบนี้เป็นครั้งแรกในวันสุดท้ายเนี่ย
เข้าใจกันหน่อยเซ่!
“รา
วี่ ฉันขอร้องล่ะ ฟังฉันหน่อยเถอะ”เสียงเศร้าๆพูดขึ้นมาทำให้ผมชะงัก
ก็ตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยได้ยินคำว่าขอร้องออกมาจากปากเขาสักครั้ง
สงสัยรอบนี้เรื่องใหญ่จริงๆแหละถึงยอมพูดแบบนี้ เฮ้อ ตื่นก็ตื่นวะ
แต่ถ้าปลุกขึ้นมาหาเรื่องกันล่ะก็เจอดีแน่ หึ!
“มี
อะไร”ผมพูดเรียบๆพร้อมกับจ้องตาเขา ก่อนจะสะดุ้ง
เมื่อทิกี้ดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่นๆ ใบหน้าคมซุกลงตรงคอผม
แล้วพูดเสียงเบาๆเหมือนจะสำนึกผิด
“ฉันขอโทษ ต่อจากนี้ฉันจะฟังนายมากกว่านี้ อย่าโกรธฉันเลยนะ”เอ่อ... วันนี้มาแปลกแฮะ แต่คงไม่มี ‘ต่อจากนี้’แล้วล่ะ เสียใจด้วยนะ มันหมดเวลาของฉันแล้ว
“เรื่อง
ของเรามันจบไปแล้ว ทิกี้ ลืมๆฉันไปซะเถอะ”ผมกระซิบ
รู้สึกเหมือนเสียงตัวเองเริ่มสั่น ทั้งๆที่ตอนนั้นเป็นคนขอเลิกกับเขาแท้ๆ
คนที่จะเศร้าน่าจะเป็นเขาสิ จะมากลั้นสะอื้นแทนทำไม
ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ...
“ฉัน... ขอโทษ อย่าทำแบบนี้เลยนะ ฉันลืมนายไม่ได้จริงๆ”ทิกี้กอดผมแน่นขึ้น รู้สึกเหมือนซี่โครงจะหักแฮะ อึดอัดอ่ะ ปล่อยซะทีเซ่!
“ชอบได้ก็ต้องลืมได้ ปล่อยฉัน!”ผมพูดดังขึ้น จนเหมือนกลายเป็นการตะคอกไปแล้วด้วยซ้ำ ก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆคลายอ้อมกอดช้าๆด้วยแววตาเจ็บปวด มือสองข้างเอื้อมมาจับไหล่ผมไว้เบาๆ
“อย่างน้อยก็บอกหน่อยเถอะว่าทำไมถึงต้องเลิกกับฉันด้วย ถ้านายมีเหตุผลพอ ฉันก็จะปล่อยนายไป”ผมกัดริมฝีปาก มาแล้วไงคำถามที่กลัวที่สุด ไม่อยากให้เขารู้เลยจริงๆ...
แต่ช่างเถอะ ผมเองก็เหนื่อยที่จะปิดบังเรื่องนี้แล้ว บอกความจริงไปเลยก็ได้ เรื่องจะได้จบๆไปซะที
“อย่า
มาเสียเวลากับคนใกล้ตายอย่างฉันเลย”ผมมองตาสีอำพันของเขาแล้วยิ้มให้
ทิกี้ดูจะช็อกมาก อ่า...
จะเข้าข้างตัวเองไปหน่อยมั้ยถ้าจะบอกว่าเพราะเขาไม่อยากเสียผมไปน่ะ ฮ่าๆ
ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสินะ...
“หมายความว่าไง เป็นโรคอะไร ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ไปหาหมอ ห๊ะ!”
หมาป่าหนุ่มพูดเสียงดังจนกลายเป็นตะคอก ง่ะ อย่าดุแบบนั้นสิ
ไหนบอกว่าจะฟังฉันไง... ผมคิดในใจ พลางโอบรอบคอเขาไว้ แล้วจูบปากเขาเบาๆ
ก่อนจะรีบถอนออกมา อ๊า~ อายจังเลย~
“ฉันรักนายนะ รีบๆลืมฉันซะ แล้วไปหาคนอื่นที่ทำให้นายมีความสุขได้ ตกลงนะ” อุ๊บ! ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย รู้สึกว่ามันเลี่ยนชะมัดเลยอ่ะ ถึง
แม้...จะต้องยอมรับว่าที่พูดไปนั่นน่ะ พูดตามความรู้สึกทั้งหมด ก็แหม
เท่าที่จำได้ ผมไม่เคยทำตัวดีๆ ทำให้เขามีความสุข หรือชื่นใจ
สมกับที่เป็นคนสำคัญของเขาเลยสักครั้ง ทั้งดื้อทั้งหัวแข็ง เอาแต่ใจ
สร้างปัญหาให้เขาบ่อยๆ แถมทำให้เขารำคาญเป็นประจำอีกต่างหาก
แต่เขาก็ไม่เคยแสดงออกมาว่าเบื่อผม เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะให้เขาได้มีความสุขกับใครซักคนนี่จะเป็นคนรักที่ดีกว่าผม เพื่อทดแทนสิ่งที่ผมไม่เคยทำได้เลย แม้แต่ครั้งเดียว อืม... ผมค่อนข้างมั่นใจเลยล่ะว่าคราวนี้ผมทำถูก แค่เขามีความสุข ก็พอ...
“ราวี่! นายอย่าหลับนะ!”อ่า...
สงสัยจะทำตามที่นายขอไม่ได้อ่ะทิกี้ ก็ฉันง่วงจริงๆนี่นา ขอนอนสงบๆเถอะ
ไม่ต้องไปหาหมอหรืออะไรทั้งนั้น ในเมื่อรักษายังไงก็ไม่หาย
แถมยิ่งมีแต่จะทำให้ลมหายใจแผ่วลงทุกที เพราะฉะนั้น
ขอแค่ได้อยู่เงียบๆสงบๆกับนาย แค่นี้ก็พอ...
“รัก และจะรักตลอดไป...”
ลาก่อนทิกี้ ขอให้นายมีความสุข... ตลอดไป
. . .
“นี่ โร้ด ทิกี้อยู่ในห้องนั้นมากี่วันแล้วอ่ะ”เดวิดถามเสียงกวนๆพลางมองประตูห้องสีดำ ของพี่ชายที่ปิดสนิทมาหลายวัน ก่อนจะหันมามองหน้าเด็กหญิงที่ถอนหายใจ
“ไม่
รู้สิ ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกมากินข้าวด้วยซ้ำ
เฮ้อ...ไม่มีคนเล่นด้วยเลยอ่ะ เรโระก็ไปกับพ่อขุนนางซะแล้ว เบื่อโว้ย~” โนอาร่างเล็กบ่นพลางหยิบตุ๊กตาขึ้นมาหักคอเล่นอย่างโรคจิต ขณะที่ฝาแฝดสองคนหันมามองหน้ากัน
“นั่นสิ เมื่อไหร่ทิกี้จะออกมาสักทีนะ”
. . .
ภาย
ในห้องของทิกี้ ร่างสูงผู้ถูกพูดถึงกำลังหลับสนิท
ข้างกายมีร่างของเด็กหนุ่มผมส้มนอนอยู่อย่างสงบ
ใบหน้าหวานดูผ่อนคลายราวกับได้อยู่ในความฝันที่งดงามที่สุด
ส่วนใต้เตียงก็มีหนังสือเล่มใหญ่
มีตัวอักษรสีดำถูกสลักไว้ตรงกลางอย่างบรรจง...
“AKUMA”
______________________________________________________________________________
ใครอ้วกยกมือขึ้น
ไม่แปลก
เพราะเราก็ใกล้แล้วเหมือนกัน...
ยังไงก็เมนท์กันด้วยนะเจ้าคะ^^
edit @ 29 Jul 2010 20:25:46 by Mina
edit @ 29 Jul 2010 20:29:08 by Mina