วันนี้วันเรียนวันสุดท้ายของม.3แล้วอ่ะ
หลายๆคนจะไป หลายๆคนจะอยู่
หลายๆคนไม่รู้ว่าจะอยู่หรือไป(เช่นเรา)
แต่ก็...รู้สึกไม่ค่อยอยากไปจากม.3เท่าไหร่เหมือนกัน
ก็... ขอบคุณโต๊ะ ขอบคุณเก้าอี้ นั่งมาทั้งปี ไม่เคยเปลี่ยนตัว
ขอบคุณแอร์ ที่แม้ตอนหลังที่ย้ายที่นั่งจะลืมปิดบ่อยๆก็ตาม
ขอบคุณกระดาน+ปากกาไวท์บอร์ด ถึงหมึกจะไม่ค่อยได้เติม ก็...นะ
ขอบคุณเพื่อน นั่งอยู่ด้วยกันมาตั้งปีนึงแหนะ
จะไปกันแล้วใช่มั้ย
ขอบคุณครู ที่สอนพวกเรามาตั้งปีนึง ถึงการบ้านจะลืมส่งบ่อยๆ สอบก็ไม่ค่อยอ่านหนังสือ
แต่final จันทร์+พุธคงต้องอ่านจริงจังแล้วแหละ (ถึงยังไงก็ต้องมาซ่อมสอบย่อยพร้อมกันก็ตาม)
ขอบคุณหนังสือยืมเรียน+ตู้ที่อยู่ข้างๆ ตั้งแต่ย้ายมา หลายๆคนเรียกชื่อเราบ่อยขึ้นสามเท่า
ขอบคุณกระดานเล็ก เทอมหนึ่งใช้เขียนการบ้าน ช่วงบอลโลก2010 ก็เขียนเชียร์กัน
ตอนอาร์เจนฯกับเยอรมันแข่งกันจำได้เปล่า
เชียร์อาเจนกันหมด เหลือคนเดียวเชียร์เยอรมันเลยโดนรุม
ตอนแรกกะเชียร์อาเจน แล้วสุดท้ายพ่อเชียร์เยอรมัน+คนเชียร์อาเจนเยอะแล้ว ก็เลยเปลี่ยน
เยอรมันชนะด้วย!55+
หลังจากนั้นกระดานเล็กก็โดนทิ้งร้าง โพสต์อิทยังติดทิ้งไว้อยู่เลย=w=;;
ขอบคุณตู้ข้างหน้าต่าง เป็นที่วางของมาหลายคราของหลายๆคน(รวมทั้งเรา)
ขอบคุณแฟน(พัดลม) ให้ความเย็น(แม้ไม่มาก)มาตลอดปี
ขอบคุณอีกหลายๆอย่างที่อยู่ในห้องของเรา
จะเป็นความทรงจำที่ดีต่อไป^^

สถานะ ดองยาว

posted on 10 Oct 2010 20:17 by yorumina
อัพเลว แค่นี้แหละค่ะ^^
(ชั่วกว่านี้มีอีกไหม)

(D.gray-man short fic) Last Day (TykixRavi)

posted on 29 Jul 2010 20:17 by yorumina in Fiction

ไหนๆ ก็สมัครบล็อกแล้วเนอะ

ไม่เอาอะไรมาลงก็... ว่างๆ แปลกๆ

เอาฟิคเก่าที่เขียนจบภายใน1ชม.(ระหว่างเรียนปีที่แล้ว)เอาแล้วกัน

(รู้สึกอายยังไงก็ไม่รู้ >//<)

ฟิคเน่าๆ ฝากด้วยแล้วกันค่ะ

(โปรดเตรียมยาแก้คลื่นไส้ วิงเวียน ยาดม และอื่นๆด้วยค่ะ^^;;)

 

Last Day

                หากว่าพรุ่งนี้ผมจะหมดลมหายใจไป จะมีใครมาคิดถึงไหมนะ...

                ...เดิน เข้าไปในถ้ำเล็กๆ มืดๆ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาเรื่อยๆ สายตาก็สอดส่องหาที่ว่างที่จะเป็นที่พักพิงได้ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

                ใช่... ผมกำลังจะตาย

.               .               .

                “รา วี่ ทำไมช่วงนี้หน้าซีดๆละครับ” อเลนเคยถามผมไว้เมื่อไม่นานมานี้ ดวงตาสีเทาดูไร้เดียงสามองมาทางผม แม้ไม่มีพิษภัย แต่ก็ทำเอาผมสะดุ้งได้  ก่อนจะต้องหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยแววตาที่พยายามให้นิ่งสงบ


               
“เหรอ แต่ฉันก็ไม่เป็นไรนี่ นายคิดไปเองมากกว่าล่ะมั้ง”ผมโกหกหน้าตายแล้วรีบเบี่ยงความสนใจของเขาไปทาง อื่น ไม่ให้พูดถึงเรื่องนี้อีก ซึ่งดูเหมือนจะได้ผล เพราะเขาก็ไม่ได้มีท่าทีติดใจสงสัยอะไร ทำให้ผมโล่งใจมากๆ


               
เพราะรู้ดี ว่าถึงแม้อาการของโรคร้ายในตัวจะไม่ค่อยแสดงออกมาให้ใครเห็น แต่ผมกลับรู้ดีว่า อีกไม่นาน ลมหายใจของตนจะหมดไป


               
...ไม่ จำเป็นต้องบอกใครทั้งนั้น เพราะจะไม่มีใครรู้ และถึงจะรู้ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะมันคือโรคร้าย ที่รักษายังไงก็ไม่มีทางหาย เพราะฉะนั้น เก็บความลับเรื่องนี้ไว้กับตัวดีกว่า จะได้ไม่มีใครต้องมากังวลกับเรื่องบ้าๆ และไร้สาระแบบนี้อีก...


               
...ผมทำถูกแล้วใช่มั้ย...

.               .               .

                “ฮะๆๆ”หัวเราะให้กับชีวิตของตนอีกสักเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลง ข่มความปวดร้าวภายในร่างกาย  อยากจะหลับ แต่กลับทำไม่ได้ ทำไมกันนะ... หรือว่า ผมกำลังรอให้ใครบางคนมาหา... ไม่หรอกมั้ง คงไม่มีใครสังเกตหรอกว่าผมหายไป...

                ก็ขนาดหมอนั่น ทั้งๆที่สนิทกันขนาดนั้น ยังไม่รู้ตัวเลย

                เอ๊ะ หรือว่า...เพราะตอนนั้นทะเลาะกัน ก็เลยเกลียดผมแล้วกันแน่นะ...

                ไม่ได้ๆ! ราวี่! จะคิดถึงไอ้หมาป่านั่นไม่ได้ ไม่อย่างนั้น นายก็จะกลัวความตายอีกล่ะสิ ...แล้วที่พยายามมาทั้งหมดนั้นเพื่ออะไรกันล่ะ


               
“ต่ายน้อย มาทำอะไรที่นี่”เสียงเข้มที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับเจ้าของเสียงที่ก้าวเข้ามาในถ้ำ  เว้ย
! เวลาแบบนี้ล่ะมาหาได้เชียวนะ ทีตอนพยายามอธิบายเหตุผลให้นายฟังกลับไม่เคยคิดจะสนใจกันเลยสักนิด นายนี่มันช่าง... ฮึ้ย!


               
“ลุก ขึ้นมาคุยกับฉันหน่อยสิ อ๊ะ ทำไมตัวเย็นแบบนี้ล่ะ”ทิกี้พูดทันทีที่แตะตัวผม ก่อนจะประคองร่างปวกเปียกนี้ขึ้นมานอนบนตัก อืม แบบนี้ก็สบายดีแฮะ งั้นไม่โกรธแล้วล่ะ อยู่ท่านี้ไปก่อนนะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว หาว
~


               
“รา วี่ โกรธฉันเหรอ” อ้าว ก็เพิ่งคิดไปเมื่อกี๊ว่าไม่โกรธๆ ยังจะมาถามหาอะไร ฉันจะนอนเว้ย ไอ้บ้า อยู่นิ่งๆแล้วก็เลิกพูดซะทีเถอะ มันหนวกหู!


               
โธ่ เว้ย รีบๆจบเรื่องนี้ซะทีสิฟะ ฉันก็อึดอัดเหมือนกันนะ ที่ต้องมานั่งฟังนายพูดดีๆแบบนี้เป็นครั้งแรกในวันสุดท้ายเนี่ย เข้าใจกันหน่อยเซ่
!


               
“รา วี่ ฉันขอร้องล่ะ ฟังฉันหน่อยเถอะ”เสียงเศร้าๆพูดขึ้นมาทำให้ผมชะงัก ก็ตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยได้ยินคำว่าขอร้องออกมาจากปากเขาสักครั้ง สงสัยรอบนี้เรื่องใหญ่จริงๆแหละถึงยอมพูดแบบนี้ เฮ้อ ตื่นก็ตื่นวะ แต่ถ้าปลุกขึ้นมาหาเรื่องกันล่ะก็เจอดีแน่ หึ
!


               
“มี อะไร”ผมพูดเรียบๆพร้อมกับจ้องตาเขา ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อทิกี้ดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่นๆ ใบหน้าคมซุกลงตรงคอผม แล้วพูดเสียงเบาๆเหมือนจะสำนึกผิด


               
“ฉันขอโทษ ต่อจากนี้ฉันจะฟังนายมากกว่านี้ อย่าโกรธฉันเลยนะ”เอ่อ... วันนี้มาแปลกแฮะ แต่คงไม่มี
ต่อจากนี้แล้วล่ะ เสียใจด้วยนะ มันหมดเวลาของฉันแล้ว


               
“เรื่อง ของเรามันจบไปแล้ว ทิกี้ ลืมๆฉันไปซะเถอะ”ผมกระซิบ รู้สึกเหมือนเสียงตัวเองเริ่มสั่น ทั้งๆที่ตอนนั้นเป็นคนขอเลิกกับเขาแท้ๆ คนที่จะเศร้าน่าจะเป็นเขาสิ จะมากลั้นสะอื้นแทนทำไม ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ...


               
“ฉัน... ขอโทษ อย่าทำแบบนี้เลยนะ ฉันลืมนายไม่ได้จริงๆ”ทิกี้กอดผมแน่นขึ้น รู้สึกเหมือนซี่โครงจะหักแฮะ อึดอัดอ่ะ ปล่อยซะทีเซ่
!


               
“ชอบได้ก็ต้องลืมได้ ปล่อยฉัน
!”ผมพูดดังขึ้น จนเหมือนกลายเป็นการตะคอกไปแล้วด้วยซ้ำ  ก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆคลายอ้อมกอดช้าๆด้วยแววตาเจ็บปวด มือสองข้างเอื้อมมาจับไหล่ผมไว้เบาๆ


               
“อย่างน้อยก็บอกหน่อยเถอะว่าทำไมถึงต้องเลิกกับฉันด้วย  ถ้านายมีเหตุผลพอ ฉันก็จะปล่อยนายไป”ผมกัดริมฝีปาก มาแล้วไงคำถามที่กลัวที่สุด ไม่อยากให้เขารู้เลยจริงๆ...


               
แต่ช่างเถอะ ผมเองก็เหนื่อยที่จะปิดบังเรื่องนี้แล้ว บอกความจริงไปเลยก็ได้ เรื่องจะได้จบๆไปซะที


               
“อย่า มาเสียเวลากับคนใกล้ตายอย่างฉันเลย”ผมมองตาสีอำพันของเขาแล้วยิ้มให้ ทิกี้ดูจะช็อกมาก อ่า... จะเข้าข้างตัวเองไปหน่อยมั้ยถ้าจะบอกว่าเพราะเขาไม่อยากเสียผมไปน่ะ ฮ่าๆ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสินะ...


               
“หมายความว่าไง เป็นโรคอะไร ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ไปหาหมอ ห๊ะ
!” หมาป่าหนุ่มพูดเสียงดังจนกลายเป็นตะคอก ง่ะ อย่าดุแบบนั้นสิ ไหนบอกว่าจะฟังฉันไง... ผมคิดในใจ พลางโอบรอบคอเขาไว้ แล้วจูบปากเขาเบาๆ ก่อนจะรีบถอนออกมา อ๊า~ อายจังเลย~


               
“ฉันรักนายนะ รีบๆลืมฉันซะ แล้วไปหาคนอื่นที่ทำให้นายมีความสุขได้ ตกลงนะ” อุ๊บ! ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย รู้สึกว่ามันเลี่ยนชะมัดเลยอ่ะ  ถึง แม้...จะต้องยอมรับว่าที่พูดไปนั่นน่ะ พูดตามความรู้สึกทั้งหมด ก็แหม เท่าที่จำได้ ผมไม่เคยทำตัวดีๆ ทำให้เขามีความสุข หรือชื่นใจ สมกับที่เป็นคนสำคัญของเขาเลยสักครั้ง ทั้งดื้อทั้งหัวแข็ง เอาแต่ใจ สร้างปัญหาให้เขาบ่อยๆ แถมทำให้เขารำคาญเป็นประจำอีกต่างหาก แต่เขาก็ไม่เคยแสดงออกมาว่าเบื่อผม  เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะให้เขาได้มีความสุขกับใครซักคนนี่จะเป็นคนรักที่ดีกว่าผม เพื่อทดแทนสิ่งที่ผมไม่เคยทำได้เลย  แม้แต่ครั้งเดียว อืม... ผมค่อนข้างมั่นใจเลยล่ะว่าคราวนี้ผมทำถูก แค่เขามีความสุข ก็พอ...


               
“ราวี่
! นายอย่าหลับนะ!”อ่า... สงสัยจะทำตามที่นายขอไม่ได้อ่ะทิกี้ ก็ฉันง่วงจริงๆนี่นา ขอนอนสงบๆเถอะ ไม่ต้องไปหาหมอหรืออะไรทั้งนั้น ในเมื่อรักษายังไงก็ไม่หาย แถมยิ่งมีแต่จะทำให้ลมหายใจแผ่วลงทุกที เพราะฉะนั้น ขอแค่ได้อยู่เงียบๆสงบๆกับนาย แค่นี้ก็พอ...


               
“รัก และจะรักตลอดไป...”


               
ลาก่อนทิกี้ ขอให้นายมีความสุข... ตลอดไป

.               .               .

                “นี่ โร้ด ทิกี้อยู่ในห้องนั้นมากี่วันแล้วอ่ะ”เดวิดถามเสียงกวนๆพลางมองประตูห้องสีดำ ของพี่ชายที่ปิดสนิทมาหลายวัน ก่อนจะหันมามองหน้าเด็กหญิงที่ถอนหายใจ


               
“ไม่ รู้สิ ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกมากินข้าวด้วยซ้ำ เฮ้อ...ไม่มีคนเล่นด้วยเลยอ่ะ เรโระก็ไปกับพ่อขุนนางซะแล้ว เบื่อโว้ย
~” โนอาร่างเล็กบ่นพลางหยิบตุ๊กตาขึ้นมาหักคอเล่นอย่างโรคจิต ขณะที่ฝาแฝดสองคนหันมามองหน้ากัน


               
“นั่นสิ เมื่อไหร่ทิกี้จะออกมาสักทีนะ”

.               .               .


               
ภาย ในห้องของทิกี้ ร่างสูงผู้ถูกพูดถึงกำลังหลับสนิท ข้างกายมีร่างของเด็กหนุ่มผมส้มนอนอยู่อย่างสงบ ใบหน้าหวานดูผ่อนคลายราวกับได้อยู่ในความฝันที่งดงามที่สุด ส่วนใต้เตียงก็มีหนังสือเล่มใหญ่ มีตัวอักษรสีดำถูกสลักไว้ตรงกลางอย่างบรรจง...


               
AKUMA

______________________________________________________________________________

ใครอ้วกยกมือขึ้น

ไม่แปลก

เพราะเราก็ใกล้แล้วเหมือนกัน...

ยังไงก็เมนท์กันด้วยนะเจ้าคะ^^

edit @ 29 Jul 2010 20:25:46 by Mina

edit @ 29 Jul 2010 20:29:08 by Mina